มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

อเมซอน

สนาม: NetEase

บทนำ: ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง ...

ฉิน หวาง

สนาม: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

บทนำ:บี้ปลดล็อกการเมือง 55พรรคโวยทำงานยาก/สนชยื่นตีความกมสส 29 มีนาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น

qq288 เครดิต ฟรี 1️⃣2021
yn3 | <动态当天时间> | อ่าน(723) | แสดงความคิดเห็น(288)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
l1t | <动态当天时间> | อ่าน(313) | แสดงความคิดเห็น(350)
ข่าวเศร้า พ่อสามี ยิงลูกสะใภ้ที่กำลังอุ้มลูกน้อยวัยแค่ขวบเศษ ด้วยปัญหาครอบครัวไม่ลงรอย ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ สติแตก หรือสะสมความรู้สึกมานานก็แล้วแต่ นับว่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้อย่างดีอีกกรณีหนึ่งว่า มนุษย์เมื่อแก่ชราลงแล้ว สุขภาพร่างกายความแข็งแรงถดถอยลงไปตามกาลเวลา แต่ กิเลส กลับไม่ได้ลดน้อยลงไปตามอายุเลย เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการกับกิเลส ตัวกูของกู ความคิดเห็นของฉัน ความรู้สึกส่วนตัว ทั้งๆ ที่อายุมากขึ้น คุณภาพชีวิต หรือพฤติกรรมการแสดงออกย่อมไม่แตกต่างจากเด็กวัยคึกคะนอง หรือวัยที่อารมณ์ร้อน ถ้าอายุมากขึ้น แล้วรู้จักอยู่ให้เป็น คิดให้ถูก ปัญหาน้อยอกน้อยใจคงไม่เกิดขึ้นจนบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมนะคะ หรือแม้อาจจะเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถ้ารู้จัก ชรากถาก็คงสามารถดับทุกข์ได้ไม่มากก็น้อย ชรากถาที่ว่า จำกันได้ไหมคะ เป็นข้อเขียนของ มรวคึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและนักเขียนนิยาย สี่แผ่นดิน ค่ะ ท่านเขียนไว้เมื่อตอนอายุ 74 ปีหรือเมื่อปี 2528 มีดังนี้ค่ะ 1อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นอิสระ 2ถือครองเงินฝากธนาคารและทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3อย่าไปคาดหวังว่าลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 9ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 10ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่งตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำให้ลูกสะใภ้เสียชีวิต แม้หลานและลูกชายรอดตาย แต่คุณพ่อใจร้อนก็ต้องตายตกตามกันไป ด้วยการยิงตัวเองหนีความผิดนั้น ฟ้องบอกว่า คุณพ่อวัย 67 ปี อ่อนแอในข้อ 6 และข้อ 7 อย่างมาก ใครที่ยังปฏิบัติในข้อ 10 ได้อยู่ ก็ไม่ควรมองข้ามชรากถาบทที่ว่านี้นะคะ หากต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข ป้าเอง 【อ่านข้อความเต็ม】
2mw | <动态当天时间> | อ่าน(980) | แสดงความคิดเห็น(551)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
2wr | <动态当天时间> | อ่าน(675) | แสดงความคิดเห็น(42)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
ma2 | <动态当天时间> | อ่าน(315) | แสดงความคิดเห็น(528)
ร้องปปชตรังสอบ พี่ชายนายหัวชวน บริหารอบจไม่โปร่งใส! 28 มีนาคม พศ 2561 เวลา 14:12 น 【อ่านข้อความเต็ม】
vvl | 2021-09-28 | อ่าน(192) | แสดงความคิดเห็น(640)
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์และนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่าโจทก์จงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 อย่างไร พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับจำเลยที่ 1 ได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่าโจทก์จงใจก้าวก่าย เกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อนย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของจำเลยที่ 1 ต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง【อ่านข้อความเต็ม】
e2h | 2021-09-28 | อ่าน(832) | แสดงความคิดเห็น(349)
การทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรของเขา ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นคนเคร่งระเบียบมาก และมักตำหนิสมาชิกที่แต่งกายไม่ถูกต้อง【อ่านข้อความเต็ม】
c2k | 2021-09-28 | อ่าน(645) | แสดงความคิดเห็น(582)
ศาลขอนแก่นเบิกตัว เปรี้ยว กับพวกไต่สวนฉุกเฉินคดีละเมิดอำนาจศาลหลังภาพหลุดแช้ตกับบุคคลภายนอก ทนายเผยเตือนแล้วห้ามนำมือถือเข้าห้องพิจารณา แต่ไม่ฟัง ล่าสุดศาลสั่งจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 500 บาท ปรานีรอลงอาญา 1 ปี เมื่อเวลา 1300 น วันที่ 28 มีนาคมนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งเบิกตัว นสปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, นสกวิตา ราชดา หรือเอิร์น ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากเรือนจำกลางขอนแก่น และ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม มาขึ้นศาลตามการนัดไต่สวนฉุกเฉิน หลังมีภาพหลุดของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ทำการถ่ายภาพและพูดคุยกับบุคคลภายนอกผ่านโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งศาลยุติธรรมมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และพบว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นในวันที่ 13 มีค จึงตั้งขัอกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีความผิดฐานละเมิดศาล นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ นสเบนซ์ กล่าวว่า ศาลได้ขอเบิกตัว นสเปรี้ยว, นสเอิร์น รวมถึง นสเบนซ์ มาทำการไต่สวนในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ ในฐานะทนายความได้มีการติดต่อไปยังลูกความหลังมีภาพเผยแพร่ออกไป โดย นสเบนซ์ยอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 13 มีคที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสอบพยานโจทก์วันสุดท้าย ในวันดังกล่าว ทีมทนายความฝ่ายจำเลยทุกคนได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการไต่สวนโดยไม่ทันสังเกตุลูกความตัวเอง ส่วนรายละเอียดข้อความในแช้ตนั้นยังไม่ได้สอบถามว่าใครเป็นคนคุยแช้ตบ้าง ทั้งนี้ โดยส่วนตัวคิดว่าลูกความเจตนา เพราะที่ผ่านมา กฎระเบียบและข้อห้ามต่างๆ ทนายความจะบอกกับลูกความทุกคนทุกครั้งก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ว่าห้ามนำโทรศัพท์มือถือ เครื่องอัดเสียงเข้าไป แต่ลูกความไม่เชื่อแล้วยังถ่ายรูปในห้องพิจารณาของศาลอีก จึงเชื่อว่าลูกความมีเจตนา นายธนัญชัยกล่าวว่า ขณะนี้ทนายฝ่ายจำเลยทุกคนได้หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันในคดีละเมิดศาลนี้ โดยยังคงมีความหวังว่าศาลท่านจะเมตตาลูกความทั้ง 3 คน แต่ผลการพิจารณาจะเป็นแบบใดนั้น ไม่สามารถล่วงอำนาจศาลท่านได้ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นสเบนซ์มีความกังวลอย่างมาก เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการประกันตัวด้วยเงินจากกองทุนยุติธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น ทำให้ยังไม่ทราบว่าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นจะมีการพิจารณาแบบใดต่อไป มีรายงานต่อมาว่า ในช่วงบ่าย ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเสร็จแล้ว ก่อนมีคำสั่งศาลให้จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ปรับคนละ 500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจศาลทำการควบคุมตัว นสเปรี้ยว และ นสเอิร์น กลับลงไปห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของอาคารศาลทันที เพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์กลับไปทำการคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่นเช่นเดิม ขณะที่ นสเบนซ์ ทีมทนายความได้นำตัวไปชำระค่าปรับกับทางศาลก่อนที่อนุญาตให้เดินทางกลับ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ นสจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ กล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันทำจริง โดยกระทำการในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มีค ในห้องพิจารณาคดี ศาลจึงทำการวินิจฉัยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยส่วนตัวมองว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ทำเพราะคึกคะนองตามวัย ไม่มีเจตนาที่จะละเมิดอำนาจศาล ส่วนจะคุยกับบุคคลใดนั้นหรือคุยอย่างไรนั้น ทนายความไม่ขอเปิดเผยและไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด เนื่องจากการไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งดังกล่าวออกมาเพื่อตักเตือนผู้ที่ละเมิดอำนาจศาล และให้เป็นบรรทัดฐานหากกระทำการฝ่าฝืนคำสั่ง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณาคดีในคดีหลัก คือการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่ง นสเบนซ์ให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรไปแล้ว โดยศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิย2561 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมาฟังคำสั่งศาลครบทุกคน นายธนัญชัยเปิดเผย【อ่านข้อความเต็ม】
d1t | 2021-09-28 | อ่าน(654) | แสดงความคิดเห็น(44)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้คัดค้านส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้หญิงและคนแก่ รวมตัวกันมานั่งกีดขวางทางขึ้นลงบันได ซึ่งเป็นที่จำหน่ายวัตถุมงคลแถมยังมีการล็อกกุญแจไม่ให้เจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ของฝ่ายสำนักพุทธเข้าตรวจสอบ【อ่านข้อความเต็ม】
1sf | 2021-09-27 | อ่าน(908) | แสดงความคิดเห็น(939)
วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวนายสิมู จำเลย จากเรือนจำกลางบางขวางซึ่งสวมชุดต้องโทษ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาโดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดอะไร【อ่านข้อความเต็ม】
1cq | 2021-09-27 | อ่าน(896) | แสดงความคิดเห็น(889)
ปปทเผยผลสอบโกงเงินคนจนพบรวม 53 จังหวัด วงเงิน 107 ล้านบาท อีสานมากถึง 20 จังหวัด ขณะที่ อนันตพร ฟันปลัด-รองปลัด พม ตั้งกกสอบวินัย 29 มีค ส่วนข้าราชการซี 7-8 อีก 5 คนโดนแน่ ส่วนโกงกองทุนเสมาฯ หมอธีร์ยันไม่เกินสงกรานต์นี้จบ ขณะที่เงินทอนวัดล็อต 3 สัปดาห์หน้าผอพศเข้าร้องทุกข์ ยกแก๊ง มีทั้งพระ ฆราวาส ข้าราชการ พศ พตทวันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ปปท วันที่ 29 มีคนี้ สำนักงานปปทเตรียมเสนอสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบให้คณะกรรมการ ปปทพิจารณาเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างน้อย 5-10 จังหวัด สำหรับภาพการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พศ2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง 76 แห่ง วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท พบความผิดปกติจำนวน 53 จังหวัด งบประมาณ 107,049,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ ในภาพรวมภาคอีสาน 20 จังหวัด พบหลักฐานส่อทุจริตครบทั้ง 20 จังหวัด ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ปปทรับไว้ไต่สวนแล้วจำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน เชียงราย อุบลราชธานี อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวน 23 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ13 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ พลออนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่า ในส่วนการสืบข้อเท็จจริงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ นั้น คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี พตทเธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ได้รายงานผลสอบมาถึงตนแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดที่ส่งมา ทั้งนี้หากพบว่ามีมูลความผิด จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัดและรองปลัด พมทันที โดยสามารถเซ็นคำสั่งได้เลย เพื่อให้คณะกรรมการฯ เริ่มประชุมได้ทันทีในวันที่ 29 มีค รมวพมกล่าวว่า ส่วนข้าราชการระดับซี 7-8 ที่พบมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตมีประมาณ 4-5 คนนั้น เป็นคนจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อช่วงแรกๆ ทั้งนี้ คงต้องรอนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส) ที่ติดราชการที่ต่างประเทศ ซึ่งจะกลับมาวันที่ 29 มีค เพื่อจะได้พิจารณามีคำสั่งลงโทษอย่างไร ตนคงไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะเป็นอำนาจของ พส ผู้สื่อข่าวถามถึงการทุจริตของแต่ละศูนย์ฯ เชื่อมโยงไปถึงปลัดและรองปลัด พมที่ถูกสอบสวนหรือไม่ พลออนันตพรกล่าวว่า ก็ต้องมีส่วน เพราะจำนวนเงินมันเยอะ ใครจะทำได้คนเดียว วิเคราะห์จากหลักฐานนะว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากเงินเยอะขนาดนี้ ทำไมจะไม่เชื่อมโยง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมผู้บริหารพมเสร็จ พตทเธียรรัตน์ได้หอบเอกสารแฟ้มใหญ่มารอเข้าพบ พลออนันตพร ที่ห้องทำงาน รมวพมชั้น 9 นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะกรรมการคนอื่นๆ ร่วมเข้าพบด้วย และภายหลัง พลออนันตพรให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเสร็จ ก็ได้เข้าพบคณะกรรมการฯ ทั้งหมดทันที นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ รองอธิบดี พส แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบหน่วยงานสังกัดไปทั้งสิ้น 59 แห่ง ในจำนวนนี้ไม่พบการทุจริต 8 แห่ง คือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จสิงห์บุรี สมุทรสงคราม ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สกลนคร แพร่ ชัยนาท และนิคมสร้างตนเองลำน้ำอูน จสกลนคร นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 30 แห่ง และพบอีก 21 แห่ง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ เป็นศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 7 แห่ง, นิคมสร้างตนเอง 12 แห่ง, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 1 แห่ง และโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ 1 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในเกณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 6 แห่ง ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จขอนแก่น จะทราบผลการพิจารณาโทษวินัยวันที่ 31 มีค และ เมยจะมีความชัดเจนในการกำหนดบทลงโทษ ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอศูนย์ฯเชียงใหม่ คาดว่า เมยจะอยู่ในช่วงสรุปพยานหลักฐาน และจะพิจารณาบทลงโทษ ถือเป็นขั้นตอนที่ พสได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม วันเดียวกันนี้ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมวศธ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เรียกนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงมารายงานความคืบหน้า ซึ่งพบว่าการสืบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมาก แต่การที่นางรจนาไม่ซัดทอดใครเลย ทำให้ต้องหาหลักฐานว่ามีการเชื่อมโยงถึงใครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังสรุปไม่ได้ แต่เห็นความหละหลวมของระบบชัดเจน บางครั้งบางปีนางรจนาให้ปลัด ศธเซ็นโดยตรง บางครั้งผ่านตามขั้นตอน และเงินที่ส่งไปโดยเฉพาะในระยะหลังไม่มีชื่อบัญชี แต่ใช้ระบบ GFMIS ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในหน่วยงานราชการ การชงเรื่องเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ปลัดแต่ละคนก็เซ็นไม่เหมือนกัน มีความหลากหลายของวิธีปฏิบัติ และคนรับผิดชอบก็เปลี่ยน ภายใน 10 ปีมีหลายคน การจะผูกว่าเชื่อมโยงจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าอยู่กับคนเดิมนานๆ แม้ไม่ซัดทอดก็อาจจะเห็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ ยืนยันว่าไม่เกินสงกรานต์นี้จะสรุปได้ นพธีระเกียรติกล่าวว่า การเอาผิดทางละเมิดจะไปถึงธนาคารด้วยหรือไม่นั้น กฎหมายนี้จะใช้กับธนาคารไม่ได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้าคิดว่าธนาคารมีส่วนรู้เห็นในการกระทำ ก็ต้องไปดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งทราบว่าทางนายอรรถพลกำลังประสานอยู่ ส่วนที่ว่ามีเงินหายอีก 30 ล้านบาทนั้น เรื่องจำนวนเงินอย่าเพิ่งปักใจ เพราะยังไม่แน่นอน เนื่องจากมีการหมุนเงิน เมื่อมีการตามทวงนางรจนาก็ได้โอนเงินโปะไปให้ ดังนั้นตัวเลขจึงยังไม่นิ่ง รอให้การสืบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ตนให้ความมั่นใจได้ คือจะทำตามมติ ครมที่เห็นชอบเรื่องมาตรการปราบปรามการทุจริตของ คสชอย่างเคร่งครัด โดยต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก) พลตตกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบกปปป) ได้เข้ารายงานถึงขั้นตอนการปฏิบัติการ กรณีการทุจริตภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) ครั้งที่ 3 กับ พลตทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบชก พลตตกมลเปิดเผยหลังการหารือว่า ในการหารือครั้งนี้ เพื่อขอให้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ปปปกับ พศ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดเงินทอนวัดล็อต 3 ได้รายงานให้ พลตทฐิติราชรับทราบแล้วว่ามีบุคคลใดบ้าง ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเชิญ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ให้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนที่ปปป เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ ฆราวาส ข้าราชการสำนักพุทธฯ ที่ยังไม่เคยถูกดำเนินคดี บางส่วนถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่ยึดทรัพย์ โดยเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และ 2 และบุคคลที่เป็นเครือข่ายและพลเรือน ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีแล้ว และถูกดำเนินคดีใหม่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10 คน กระทำความผิดใน 10 วัด มีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด วงเงินกว่า 100 ล้านบาท ผบกปปปกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และล็อตที่ 2 ได้สรุปสำนวนให้ ปปชชี้มูลแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอายัดทรัพย์ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต) จัดซื้อเครื่องกรองน้ำพลังงานในราคาแพง และไม่ตอบโจทย์ประชาชนในการใช้งาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องนี้หากมีประเด็นการร้องเรียนในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นกรอบงานที่เกี่ยวข้องกับ ศอบต แต่ในกรณีนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยัง กอรมนให้ส่งทีมงานลงไปตรวจสอบเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องทุจริตในทุกเรื่อง ซึ่งทาง กอรมนส่งสำนักงานจเร กอรมนร่วม ปปทจัดส่งทีมลงไป เพื่อทำรายละเอียดในเรื่องนี้ 2-3 วันนี้ ซึ่งอาจจะรวมเรื่อง เครื่องกรองน้ำนี้ไปด้วย ในเวลานี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมากเรื่องของการทุจริต หากมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ต้องลงไปตรวจสอบทันที พลอเฉลิมชัยกล่าว นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกือบ 4 ปีที่ไม่มีนักการเมือง แต่การทุจริต ตรวจที่ไหน เจอที่นั่น โกงแม้กระทั่งวัด โกงนักเรียน โกงคนไร้ที่พึ่ง โกงผู้ป่วยเอดส์ โกงชาวเขา วัคซีนฉีดหมายังโกงหรือไม่ ไหนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง แต่ทำไมโกงไม่ลด กลับมีแต่เพิ่มหรือไม่ ประชาชนถึงอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะถ้าพบโกงหนักขนาดนี้ แล้วไม่มีฝ่ายค้านในสภา ไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ มาช่วยกันตรวจสอบ จะไม่สามารถยับยั้งการโกงได้ การพบโกงเยอะๆ เพราะกลไกตรวจสอบมีปัญหาหรือไม่【อ่านข้อความเต็ม】
pdk | 2021-09-27 | อ่าน(473) | แสดงความคิดเห็น(632)
29 มีค 61- นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า ขณะนี้เครื่องปั้นดินเผาที่สถาบันจีไอทีได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปช่วยพัฒนา เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่มีการปรับรูปแบบให้ตรงตามความต้องการของตลาด ที่เน้นการใช้งานได้จริงมากกว่าการเป็นเครื่องปั้นดินเผาแบบเดิมๆ มีผู้สนใจซื้อไปใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ【อ่านข้อความเต็ม】
1mw | 2021-09-27 | อ่าน(441) | แสดงความคิดเห็น(941)
ศาลลงดาบหนักจอมร้อง เรืองไกร คุก 8 เดือนแจ้งเท็จกล่าวหา วัชระ แทรกแซงดีเอสไอเรื่องชายชุดดำ ส่วน ธาริต รอดแต่หวั่นถูกอุทธรณ์ รีบให้ทนายมากระแซะขอเป็นเพื่อน แจ็คเตรียมยื่นเพิ่มโทษจอมฟ้องเหตุไม่สำเหนียกเมื่อเวลา 1100 น วันที่ 28 มีค ที่ศาลแขวงดอนเมือง ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) เป็นโจทก์ ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็นทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยนายวัชระระบุคำฟ้องว่า นายเรืองไกรได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ว่านายวัชระ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่ 1 ในขณะนั้น ร่วมกับนายศุภชัย ศรีหล้า ประธาน กมธพัฒนาการเมืองฯ จงใจใช้สถานะหรือตำแหน่ง สสเข้าไปก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำงานของนายธาริต โดยเรียกนายธาริตมาให้การเรื่องชายชุดดำในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนเมย-พค2553 ที่สภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอำนาจและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ ปชป และไม่ได้มีมติของ กมธ เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2550 มาตรา 266 (1) โดยนายเรืองไกรและนายธาริตขณะเป็นอธิบดีดีเอสไอได้ไปให้การยืนยันข้อความอันเท็จต่อเจ้าพนักงาน กกต ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายวัชระเป็นรองประธาน กมธขณะนั้น เรียกนายธาริตไปชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีชายชุดดำ ต่อมาวันที่ 18 มีค2556 นายเรืองไกรได้มีหนังสือถึง กกตว่านายวัชระเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากนั้นได้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงาน กกต และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ กกต ซึ่งศาลต้องวินิจฉัยว่านายเรืองไกรกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวัชระและนายศุภชัยได้เบิกความว่าได้ทำหนังสือเชิญถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย แต่นายเรืองไกรไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบแก้ให้เห็นว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริตอย่างไร พยานนายวัชระจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ประกอบกับนายเรืองไกรได้ให้การต่อ กกตยืนยันข้อเท็จจริงประสงค์ให้ กกตพิจารณาว่านายวัชระจงใจก้าวก่ายเกินเลยมากกว่าการแสดงความคิดเห็นท้วงติงและการคาดคะเนส่วนตัว จำเลยที่ 1 เคยเป็น สวมาก่อน ย่อมทราบกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนได้เสียใดๆ การใช้สิทธิของต้องไม่เกินเลยขอบเขตกฎหมาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ เป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ จึงผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 แบ่งหน้าที่ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 อย่างไร ลำพังจำเลยที่ 2 ไปให้ถ้อยคำต่อ กกต ยังไม่พอฟังได้ว่าร่วมกระทำผิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าพนักงานสอบสวน ย่อมมีอำนาจใช้ดุลยพินิจในการไม่เปิดเผยสำนวนเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในการสอบสวน ขณะที่โจทก์เป็นรองประธาน กมธพยายามเชิญจำเลยที่ 2 มาชี้แจงหลายครั้ง จำเลยที่ 2 เชื่อและเข้าใจว่ามี กมธบางคนเป็น สสของพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (สลายการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2553) ทำให้จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเป็นพยานว่าโจทก์ก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องชายชุดดำ เอื้อประโยชน์พรรคประชาธิปัตย์และผู้ต้องหา สิ่งที่ กมธปฏิบัติ ทำให้จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย จึงถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำหน้าที่โดยสุจริตแล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่มีความผิด พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และ 267 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานให้เจ้าพนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ต่อมานายเรืองไกรได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวไปโดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ นายวัชระกล่าวภายหลังรับทราบคำพิพากษาว่า เคารพคำตัดสินศาล โดยในส่วนนายธาริตนั้น ได้ให้ทนายความมาบอกว่า คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาตนเองไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม ซึ่งไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรตามมาบ้าง จะขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของ กมธ ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ อีกทั้งยังไปให้การเท็จต่อ กกต เพื่อหวังให้ กกตส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าผิด จะทำให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็น สสต่อไป แต่โชคดีที่ กกตยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกรและนายธาริต เพราะไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อ กกต จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ถือว่าศาลท่านมีเมตตามาก แต่ในส่วนของผมจะยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิ่มโทษแน่นอน เนื่องจากนายเรืองไกรไม่ได้มีพฤติกรรมสำนึกผิดใดๆ นอกจากนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูง เพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ เมื่อมีคำพิพากษาจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน นายวัชระกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
od2 | 2021-09-26 | อ่าน(924) | แสดงความคิดเห็น(874)
ต่อมานายเรืองไกร จำเลยที่ 1 ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์【อ่านข้อความเต็ม】
i2b | 2021-09-26 | อ่าน(912) | แสดงความคิดเห็น(762)
อีกคดีในเวลา 1330 น ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีดำ อ47/61 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือ ทอม ดันดี อดีตนักร้องชื่อดัง แนวร่วมนปช เป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบัน ตาม ม112 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-29

โบนัส ฟรี 300 1️⃣2021| ยิง ปลา ฝาก 1001️⃣M98| slot u31 game1️⃣LOOK618| 918kiss me ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| ufa24h ดี ไหม1️⃣M98| เล่น เกม 9181️⃣LOOK618| เกม เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slot มี วอ ล เลท1️⃣M98| เกม 1981️⃣LOOK618| ฝาก 1 บาท ฟรี 99 บาท ล่าสุด 1️⃣2021| mafia09th com1️⃣LOOK618| scr888th เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เล่น เกม scg91️⃣M98| เกม หมุน สล็อต1️⃣LOOK618| สล็อต 20 รับ 100 วอ เลท 1️⃣2021| sa รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slotxo 444 1️⃣2021| download slotxo pc 1️⃣2021| panda slotxo 1️⃣2021| joker123 ท รู วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| เช็ ก ซี่ บา คา ล่า 1️⃣2021| slotxo เล่น1️⃣LOOK618| gclub เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| เกม ใหม่ pg1️⃣M98| joker สล็อต ฟรี เครดิต 1001️⃣M98| king99 มือ ถือ1️⃣M98| เครดิต ฟรี 100 บาท ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| ivip9 สมัคร1️⃣M98| สล็อต โอน ผ่าน วอ เลท1️⃣M98| xoth pg1️⃣LOOK618| xe88 โบนัส 100 1️⃣2021| pg slot 481️⃣LOOK618| ทาง เข้า bet3d1️⃣LOOK618| club777slot 1️⃣2021| jokergame 8881️⃣LOOK618| slotxo 351️⃣LOOK618| แพนด้า 777 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| พนัน ออนไลน์ บน มือ ถือ1️⃣M98| สมัคร คา สิ โน ฟรี เครดิต 20201️⃣M98| gclub ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣LOOK618| kiss918 download 2020 1️⃣2021| รับ เครดิต ฟรี ง่ายๆ1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ ฟรี เครดิต1️⃣M98| เครดิต ฟรี กด รับ เอง pg1️⃣LOOK618| sagame66 เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slotxo 688 1️⃣2021| royal1688 เล่น ผ่าน มือ ถือ1️⃣M98| jack998 ฝาก เงิน1️⃣LOOK618| เกม ได้ เงิน เร็ว 1️⃣2021| เครดิต ฝาก 1 บาท1️⃣LOOK618| https www slot4u com member login joker 1️⃣2021| สมัคร เอ เย่ น คา สิ โน ฟรี 1️⃣2021| joker slot 345 1️⃣2021| สมัคร สล็อต เว็บ ตรง 1️⃣2021| slot ทดลอง เล่น 1️⃣2021| ฝาก ถอน โจ๊ก เกอร์ 1231️⃣M98| โปร โม ชั่ น slotxo1️⃣M98| amazon 168 slot1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 4881️⃣LOOK618| เล่น เกม สล็อต roma แบบ ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| พุซซี่ 888 เครดิต ฟรี 2021 1️⃣2021| สล็อต xo เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง แชร์ 20211️⃣LOOK618| 7 สล็อต1️⃣M98| สมัคร gclub 20201️⃣LOOK618| sa88 คา สิ โน1️⃣M98| 777 สล็อต royal1️⃣LOOK618| sexygame66691️⃣M98| เกม ค่าย joker 1️⃣2021| โบนัส วัน เกิด คา สิ โน1️⃣M98| lagalaxy1 ทดลอง เล่น1️⃣M98| สมัคร สล็อต เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| slot คืน ยอด เสีย 151️⃣M98| เกม ออนไลน์ ได้ เงิน จริง pantip 1️⃣2021| slot ฝาก 9 ได้ 1001️⃣M98| 918kiss ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 2020 1️⃣2021| slot 369 xo1️⃣LOOK618| slotxo cat1️⃣M98| ลอง เล่น pg1️⃣LOOK618| casino online v21️⃣LOOK618| ufa 19881️⃣M98| easybet789 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| โปร สล็อต ทุน น้อย ฝาก 10 รับ 100 1️⃣2021| slot yakuza pg1️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง1️⃣M98| ฝาก 100 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น ล่าสุด1️⃣M98| royal casino 16881️⃣M98| เช็ ก ซี่ บา คารา 1️⃣2021| สมัคร sa game 661️⃣LOOK618| เกม สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ จริง 1️⃣2021| mega888 ท รู วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| pg slot 188 1️⃣2021| เล่น สล็อต ผล ไม้ ให้ ได้ เงิน 1️⃣2021| พนัน ออนไลน์ ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| คา สิ โน ที่ ดี ที่สุด1️⃣M98|